การวางแผนระบบจ่ายไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับกระบวนการเชิงระบบในการวางแผน คำนวณ และกำหนดค่าองค์ประกอบต่างๆ เพื่อจัดส่งพลังงานที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ไปยังผู้ใช้งานปลายทาง เมื่อพิจารณาวิธีการออกแบบระบบจ่ายไฟฟ้า ควรเริ่มต้นด้วยการประเมินความต้องการโหลด — โดยคำนวณปริมาณความต้องการพลังงานรวมจากอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งพิจารณาความต้องการสำหรับการขยายระบบในอนาคตเพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถปรับขนาดได้ ขั้นตอนต่อมาในการออกแบบระบบจ่ายไฟฟ้า คือ การกำหนดระดับแรงดันไฟฟ้า (แรงต่ำ แรงกลาง หรือแรงสูง) ตามขนาดของโหลดและระยะทาง โดยต้องคำนึงถึงสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการส่งผ่านพลังงานกับต้นทุนการติดตั้ง การวางผังระบบเป็นขั้นตอนสำคัญในการออกแบบระบบจ่ายไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงการกำหนดตำแหน่งของหม้อแปลงไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุมและตัดวงจร (switchgear) แผงจ่ายไฟฟ้า (distribution panels) และสายเคเบิลให้เหมาะสม เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและรับประกันความสะดวกในการบำรุงรักษา การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเป็นสิ่งจำเป็นในการออกแบบระบบจ่ายไฟฟ้า ได้แก่ การเลือกใช้เบรกเกอร์วงจร ฟิวส์ และรีเลย์ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาจากโหลดเกิน วงจรลัด และกระแสไหลลงดิน (ground faults) การปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานท้องถิ่น (เช่น NEC, IEC) เป็นสิ่งบังคับเมื่อศึกษาวิธีการออกแบบระบบจ่ายไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบสอดคล้องกับกฎหมาย ในที่สุด การผสานระบบตรวจสอบและควบคุมอัจฉริยะเข้ากับการออกแบบจะช่วยยกระดับคุณภาพของระบบ โดยทำให้สามารถติดตามประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์และปรับแต่งการทำงานของระบบจ่ายไฟฟ้าให้เหมาะสมที่สุด